สำนักข่าว Nh-news 3/11/2569 : เลขาธิการ คปภ. ลงพื้นที่อุดรธานี

เลขาธิการ คปภ. ลงพื้นที่อุดรธานี ขับเคลื่อนนโยบายรัฐสู่ภูมิภาคชูประกันภัยพิบัติแห่งชาติ – ขยายการเข้าถึงระบบประกันภัย เสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก

            นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) พร้อมด้วย นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย สำนักงาน คปภ.     ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ในโอกาสที่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง    พร้อมด้วย นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่มอบนโยบายและติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงการคลังจังหวัดอุดรธานี ผู้อำนวยการภาคอาวุโสสำนักงาน คปภ. ภาค 3 (ขอนแก่น) และผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดอุดรธานี ให้การต้อนรับ                     ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี จำกัด (สกต.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร     (ธ.ก.ส.) สาขาท่าตูม จังหวัดอุดรธานี

            เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีในการบูรณาการภารกิจด้านประกันภัย
เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยระบบประกันภัยถือเป็นกลไกสำคัญในการช่วยบริหารความเสี่ยงและ    ลดผลกระทบทางการเงินจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ทั้งภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ และความเสี่ยงในการประกอบอาชีพ
            ดังนั้น สำนักงาน คปภ. จึงมุ่งมั่นส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงระบบประกันภัยอย่างทั่วถึง ควบคู่กับการสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองจากการประกันภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง สร้างความมั่นคงให้กับตนเอง ครอบครัว และเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน

            ในโอกาสนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ร่วมจัดบูธนิทรรศการประชาสัมพันธ์ภารกิจด้านการประกันภัย โดยมุ่งเน้นส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการประกันภัย และนำไปใช้เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและสร้างหลักประกันความมั่นคงทางการเงิน โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการสร้างหลักประกันความคุ้มครองให้กับประชาชนประมาณ 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ

            โดยรัฐเป็นผู้สนับสนุนค่าเบี้ยประกันภัย มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ครอบคลุมภัยธรรมชาติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว เพื่อช่วยบรรเทาภาระทางการเงินและสนับสนุนการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนภายหลังเกิดภัยพิบัติ

            นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การประกันภัยสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) กลุ่มเกษตรกร และประชาชนทั่วไป อาทิ การประกันภัยสำหรับผู้ประกอบการ SMEs การประกันชีวิต การประกันสุขภาพ การประกันภัยไมโครอินชัวรันส์ และการประกันภัยรถภาคบังคับ    เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกใช้ความคุ้มครองได้อย่างเหมาะสมกับความเสี่ยงและความจำเป็นของตนเอง

            “สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานีครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนภารกิจของสำนักงาน คปภ. ให้เชื่อมโยงกับความต้องการของประชาชนในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งให้สำนักงาน คปภ. ภาคและจังหวัด รวมถึงภาคธุรกิจประกันภัยในพื้นที่ เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจ และเข้าถึงระบบประกันภัยที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของประชาชนในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ระบบประกันภัยเป็นกลไกสำคัญในการลดความเปราะบางทางการเงิน                 รองรับความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

Visitors: 2,037,144