เว็บข่าวเด่น ข่าวดัง ข่าวเฉพาะทางธุรกิจประกันภัย และธุรกิจขายตรง ที่ได้รับการสนับสนุนสูงสุด
เลขาธิการ คปภ. เปิดแนวทางเคลมประกันภัยช่วงน้ำท่วม ย้ำ “ความปลอดภัยต้องมาก่อน”เข้าพื้นที่ไม่ได้ให้แจ้งบริษัทประกันภัยเข้าตรวจสอบ
พร้อมเปิดสายด่วน 1186 ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มเช็กช่องทางเคลมทุกบริษัทผ่านเว็บไซต์ คปภ.
และ LINE @OICCONNECT ได้ทันที
นายชูฉัตร ประมูลผล
เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.)
เปิดเผยถึงแนวทางการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมว่า
สิ่งแรกที่ต้องให้ความสำคัญคือ ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน
ไม่ควรเสี่ยงเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วมหรือพื้นที่ที่ยังไม่ปลอดภัยเพียงเพื่อถ่ายภาพหรือเก็บหลักฐาน
เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยแล้วจึงตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์
แจ้งเหตุไปยังบริษัทประกันภัย และเก็บหลักฐานความเสียหายเท่าที่สามารถดำเนินการได้
โดยสำนักงาน คปภ. ได้ประสานบริษัทประกันภัยให้เตรียมบุคลากร ผู้สำรวจภัย
ช่องทางรับแจ้งเหตุ เครือข่ายอู่ซ่อม ตลอดจนรถยกและรถลากให้เพียงพอ เพื่อรองรับการแจ้งเคลมที่อาจมีจำนวนมากในช่วงหลังน้ำลด
สำหรับรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม
ขอให้ตรวจสอบก่อนว่ากรมธรรม์มีความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมหรือไม่ โดยประกันภัยรถยนต์ประเภท 1
ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม ส่วนประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ และ 3+ ต้องตรวจสอบว่ามีความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมเพิ่มเติมไว้หรือไม่
และสิ่งสำคัญคือ หากรถถูกน้ำท่วมอย่าเพิ่งสตาร์ทรถ เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า
หรืออุปกรณ์ภายในรถได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น
เมื่อสามารถเข้าถึงรถได้อย่างปลอดภัย
ควรถ่ายภาพหรือวิดีโอให้เห็นสภาพรถทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงระดับน้ำหรือรอยคราบน้ำ
จากนั้นให้แจ้ง บริษัทประกันภัยโดยเร็ว
พร้อมแจ้งข้อมูลกรมธรรม์ ทะเบียนรถ สถานที่เกิดเหตุ และลักษณะความเสียหาย
เพื่อให้บริษัท นัดหมายเข้าสำรวจและประเมินความเสียหาย
ทั้งนี้
หากขณะเกิดเหตุไม่สามารถถ่ายภาพไว้ได้ หรือจำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่ก่อน
ไม่ควรเสี่ยงกลับเข้าไปเพียงเพื่อเก็บหลักฐาน แต่ควรแจ้งบริษัทประกันภัยไว้ก่อน
และเมื่อสถานการณ์ปลอดภัยแล้วจึงรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เพราะการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนจะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง
ความเสียหายที่เกิดขึ้น และเงื่อนไขความคุ้มครองตามกรมธรรม์เป็นสำคัญ ดังนั้น
สิ่งที่ประชาชนควรจำง่าย ๆ คือ “ความปลอดภัยมาก่อน–แจ้งบริษัทไว้ก่อน - เก็บหลักฐานเท่าที่ทำได้” ในส่วนของ
การประเมินความเสียหายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป
สำนักงาน คปภ. มีแนวทางพิจารณาตามระดับน้ำที่เข้าถึงตัวรถ 5 ระดับ ได้แก่ ระดับ
A
น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถยนต์ ค่าซ่อมประมาณ 8,000 – 10,000 บาท ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะ
ค่าซ่อมประมาณ 15,000
– 20,000 บาท ระดับ C น้ำท่วมถึงบริเวณด้านล่างของคอนโซล
ค่าซ่อมประมาณ 25,000
–30,000 บาท ระดับ D น้ำท่วมถึงบริเวณด้านบนของคอนโซล
ค่าซ่อมประมาณ 30,000
บาทขึ้นไป และระดับ E รถจมน้ำทั้งคัน
ให้พิจารณาเป็นความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) โดยการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปตามเงื่อนไขของ กรมธรรม์ประกันภัย ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV จะต้องพิจารณาความเสียหายของแบตเตอรี่ร่วมกับความเสียหายของตัวรถ
รวมทั้งข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นประกอบด้วย
สำหรับบ้าน ที่อยู่อาศัย
อาคาร หรือทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ให้ตรวจสอบกรมธรรม์ว่ามี ความคุ้มครองภัยธรรมชาติหรือภัยน้ำท่วมและมีวงเงินความคุ้มครองเท่าใด
เมื่อสถานการณ์ปลอดภัยแล้วควรถ่ายภาพหรือวิดีโอให้เห็นทั้งภาพกว้างและรายละเอียดของบริเวณที่ได้รับความเสียหาย
รวมถึงถ่ายภาพทรัพย์สินที่เสียหายเป็นรายชิ้น เช่น โครงสร้าง พื้น ผนัง
เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า และถ่ายให้เห็นระดับน้ำหรือรอยคราบน้ำ
พร้อมจัดทำรายการทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายไว้
จากนั้นแจ้งบริษัทประกันภัยเพื่อให้ผู้สำรวจภัยเข้าตรวจสอบและประเมินความเสียหาย โดยสำนักงาน คปภ.
ได้กำชับให้บริษัทเร่งส่งผู้สำรวจภัยเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบรถยนต์ บ้านเรือน
และทรัพย์สิน
และในพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ให้ติดตามสถานการณ์และเข้าดำเนินการทันทีเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย
เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า เมื่อบริษัทประกันภัยสามารถสำรวจและประเมินความเสียหายได้แล้ว
สำนักงาน คปภ. ได้กำชับให้บริษัทพิจารณาความคุ้มครองและค่าสินไหมทดแทนโดยเร็ว
โดยเฉพาะกรณีความเสียหายรุนแรงและรถยนต์ที่อาจเข้าข่าย Total Loss
ให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์
และ กรณีที่สามารถพิสูจน์ความเสียหายได้อย่างชัดเจน
บริษัทพร้อมจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 7 วัน ส่วนกรณี Total Loss ให้ดำเนินการรวบรวมเอกสารไปพร้อมกับการประเมินความเสียหาย
และหากเป็นรถยนต์ที่ยังอยู่ระหว่างการผ่อนเช่าซื้อ สำนักงาน คปภ. จะประสาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยในการจัดส่งเอกสาร
ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
นอกจากนี้
เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อแจ้งเคลมได้อย่างรวดเร็ว
โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาช่องทางติดต่อ
สำนักงาน คปภ. ได้จัดทำ “ศูนย์รวมช่องทางเคลมประกันภัยทุกบริษัท” รวบรวมช่องทางติดต่อบริษัทประกันภัยไว้ในที่เดียว
สามารถตรวจสอบได้ผ่าน เว็บไซต์สำนักงาน คปภ. www.oic.or.th และ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ.
รอบรู้” ซึ่งผู้เอาประกันภัยยังสามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยของตนเอง
รวมถึงสอบถามและขอคำปรึกษาด้านการประกันภัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เพื่อให้สามารถตรวจสอบความคุ้มครองและเข้าสู่กระบวนการเคลมได้สะดวกยิ่งขึ้น
“ช่วงหลังน้ำลดจะเป็นช่วงสำคัญของการสำรวจและประเมินความเสียหาย
จึงขอให้ผู้เอาประกันภัย อย่าเพิ่งกังวลหากยังมีเอกสารไม่ครบ
หรือขณะเกิดเหตุไม่สามารถเก็บหลักฐานได้ทั้งหมด ให้แจ้งบริษัทประกันภัยไว้ก่อน
และเมื่อสถานการณ์ปลอดภัยจึงรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ควรนำชีวิตไปเสี่ยงเพื่อเก็บหลักฐานการเคลม
ส่วนบริษัทประกันภัยขอให้เตรียมความพร้อมในการรับแจ้งเหตุ ลงพื้นที่สำรวจ
และพิจารณาค่าสินไหมทดแทนอย่างเต็มที่
เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถเข้าสู่กระบวนการเคลมและได้รับการดูแลตามสิทธิและเงื่อนไขของกรมธรรม์โดยเร็ว”
เลขาธิการ คปภ. กล่าว
ทั้งนี้
หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความคุ้มครอง ไม่สามารถติดต่อบริษัทประกันภัย
หรือพบปัญหาในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน สามารถติดต่อ สายด่วน คปภ. 1186
ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เพื่อสอบถามข้อมูล
ขอคำแนะนำ แจ้งปัญหา หรือขอความช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม
รวมทั้งสามารถใช้ช่องทางออนไลน์และระบบ PPMS ของสำนักงาน
คปภ. สำหรับการยื่นเรื่องร้องเรียน
เพื่อลดภาระในการเดินทางของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เอกสารแนบมาตรการน้ำท่วม สอบถามข้อมูลด้านการประกันภัย
เว็บไซต์สำนักงาน คปภ. www.oic.or.th LINE Official Account @ OICCONNECT และสายด่วน
คปภ. 1186




-
บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต ตระหนักดีว่าวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนในปัจจุบันจะให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทำให้การค้นหาข้อมูลสุขภาพผ่านช่องทางออนไลน์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่หากเป็นการแชร์หรือส่งต่อมาจากแหล่งกำเนิดที่ให้ข้อมูลไม่ถูกต้องก็อาจส่งผลเสียต่อชีวิตและสุขภาพได้
OCEAN LIFE ไทยสมุทร โดยคุณระวิน มุคขจี (ที่ 2 จากซ้าย) Vice President – Customer Experience Management พร้อมผู้บริหาร จึงได้ร่วมมือกับ คุณเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้ช่วยจัดการอาวุโส กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เชื่อมต่อระบบสารสนเทศ "Persona Health สื่อเฉพาะคุณ" กับ OCEAN CONNECT ผ่าน Platform แอปพลิเคชัน OCEAN CLUB และ LINE OA @OCEANLIFE เพื่อเป็นสื่อกลางให้ลูกค้า และผู้ติดตาม OCEAN LIFE ไทยสมุทร จำนวนกว่า 3 ล้านคน เข้าถึงคลังข้อมูลสุขภาพเฉพาะบุคคล ที่มีการรวบรวมชุดความรู้ คู่มือ และสื่อรณรงค์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของ สสส. กว่า 10,000 ชิ้น ที่ผ่านการคัดกรอง มีความถูกต้องและเชื่อถือได้ นำมาจัดกลุ่ม ให้เหมาะสมกับข้อมูลด้านสุขภาพแต่ละบุคคล เช่น กลุ่มเพศ อายุ ประเด็นสุขภาพ โรคประจำตัว การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย เพื่อนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงตามแนวคิด Healthiverse ที่ต้องการนำคนไทยสู่โลกใหม่ที่ดีขึ้น เพื่อคนรักสุขภาพ
OCEAN LIFE ไทยสมุทร ตอกย้ำการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยพลังความรัก OCEAN LIFE Love Mindset ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ Love Your Health สนับสนุนให้คนไทยรักสุขภาพ ช่วยคนไทยไม่ให้ป่วย โดยจะส่งเสริมการดูแลสุขภาพครอบคลุมทั้งสุขภาพกายใจ ด้วยการพัฒนา Solution ด้านสุขภาพ ทั้งผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ นวัตกรรมสุขภาพ และบริการต่าง ๆ ครบวงจร พร้อมการวางแผนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
ร่วมติดตามข่าวสาร และกิจกรรมดีๆ ได้ที่ OCEAN CLUB APP / LINE / Facebook / Instagram / Youtube : oceanlife เว็บไซต์ www.ocean.co.th หรือติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 0 2207 8888
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน OCEAN CLUB ได้ที่ https://www.ocean.co.th/download-ocean-club-app
หรือแอดไลน์ @OCEANLIFE ได้ที่ https://oceanlifeth.co/addline23
-
ทิพยประกันภัย จับมือ กองทุนการออมแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้กับสมาชิกกองทุนฯ ด้านการวางแผนการออมเงินและด้านการวางแผนการประกันภัย
นางสาวสุภาพ ประดับการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการขายและการตลาด 1 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจด้านการวางแผนการออม และด้านการวางแผนการประกันภัยแก่สมาชิกกองทุนฯ เสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินและการจัดการความเสี่ยงภัยต่างๆ ให้กับสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ ณ กองทุนการออมแห่งชาติ อาคาร เอส เอ็ม ทาวเวอร์ -
ไทยประกันชีวิต จับมือโรงพยาบาลพญาไท 1 จัดสัมมนา “ปลดล็อกสมองเสื่อม ยืดอายุสมอง ถนอมความทรงจำ”
นายนิติพงษ์ ปรัชญานิมิต รองผู้จัดการใหญ่ และ Chief Marketing Officer บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และนายแพทย์ อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 1 ร่วมเปิดงานสัมมนาหัวข้อ “ปลดล็อกสมองเสื่อม ยืดอายุสมอง ถนอมความทรงจำ” ซึ่งจัดขึ้นเป็นพิเศษสำหรับลูกค้าไทยประกันชีวิตที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่านแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต โดยมี นายแพทย์ วีรชัย ก่ำน้ำผึ้ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาทโรงพยาบาลพญาไท 1 เป็นวิทยากรให้ความรู้ ณ โรงพยาบาลพญาไท 1
ไทยประกันชีวิตเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่ขยายความคุ้มครองครอบคลุมโรคอัลไซเมอร์ในทุกระยะโดยไม่คิดเบี้ยประกันภัยเพิ่มผ่านสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ “ไทยประกันชีวิต พร้อมเพย์ 108 โรคร้าย” สำหรับผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดแบบประกันเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://product.thailife.com หรือสอบถามตัวแทนฯ ไทยประกันชีวิต หรือโทร. 1124
- ความคิดเห็น
- Facebook Comments








