เว็บข่าวเด่น ข่าวดัง ข่าวเฉพาะทางธุรกิจประกันภัย และธุรกิจขายตรง ที่ได้รับการสนับสนุนสูงสุด

      คปภ. เปิดมุมมอง “อนาคตประกันภัยไทย เมื่อความเสี่ยงใหม่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดของผู้บริโภค”

            เดินหน้าปรับกฎหมายกลุ่มที่ 2 เสริมความมั่นคงบริษัทประกันภัย ยกระดับการกำกับดูแลเชิงป้องกัน รับมือ 6 Mega-Risks

            นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบ               ธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “อนาคตประกันภัยไทย: เมื่อความเสี่ยงใหม่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดของผู้บริโภค” ภายในงาน Insurance Communication Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “Insurance for All: Building Trust through Communication in a Changing World” จัดโดยสมาคมประกันวินาศภัยไทย ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพมหานคร โดยกล่าวถึงทิศทางการพัฒนาระบบประกันภัยไทยท่ามกลางความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงของบริษัทประกันภัย ผ่านการปรับปรุงกฎหมาย          การยกระดับการบริหารความเสี่ยง และการพัฒนาเครื่องมือกำกับดูแลเชิงป้องกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาความสามารถของภาคธุรกิจประกันภัยในการให้ความคุ้มครองประชาชนอย่างต่อเนื่อง

            เลขาธิการ คปภ. กล่าวต่อว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงสำคัญ 6 ด้าน หรือ 6 Mega-Risks ซึ่งมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกัน ส่งผลต่อความต้องการของผู้เอาประกันภัยและการดำเนินธุรกิจประกันภัย ได้แก่ 1. ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการเงิน จากภาวะเศรษฐกิจเติบโตช้าควบคู่กับเงินเฟ้อ (Stagflation) หนี้ครัวเรือน และความผันผวนของตลาดการเงินและอัตราดอกเบี้ย ทำให้ประชาชนอาจต้องเลือกระหว่างการชำระหนี้กับการรักษาความคุ้มครองประกันภัย ขณะที่บริษัทประกันภัยเผชิญความผันผวนของผลตอบแทนการลงทุนและต้นทุนสินไหมทดแทน

             2. ความเสี่ยงด้านสังคมและประชากร จากการเข้าสู่สังคมสูงวัย โดยคาดว่าภายในปี 2583 ผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนเกือบร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้ค่ารักษาพยาบาลและความต้องการประกันบำนาญเพิ่มขึ้น ขณะที่ฐานลูกค้าวัยทำงานลดลง

            3. ความเสี่ยงด้านภูมิอากาศและภัยพิบัติ            จากน้ำท่วม พายุ ไฟป่า และแผ่นดินไหวที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เช่น น้ำท่วมหาดใหญ่ปี 2568 และแผ่นดินไหวในเมียนมา      ส่งผลให้ภาระค่าสินไหมทดแทนและต้นทุนประกันภัยต่อ (Reinsurance) เพิ่มขึ้น ขณะที่ประชาชนต้องการความคุ้มครองที่ช่วยให้ฟื้นตัวจากภัยพิบัติได้รวดเร็ว

            4. ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและไซเบอร์ จากการรั่วไหลของข้อมูล (Data Breach) การโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) การปลอมแปลงภาพและเสียง (Deepfake) และการฉ้อโกงโดยใช้ AI ซึ่งเป็น           ความท้าทายสำคัญต่อบริษัทประกันภัยที่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพจำนวนมาก

             5. ความเสี่ยงด้านการฉ้อฉล จากการใช้ AI สร้างภาพ เสียง และวิดีโอปลอมที่ตรวจสอบได้ยากขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจต้องพัฒนาระบบตรวจจับและคาดการณ์การฉ้อฉล (Predictive Fraud Detection) พร้อมยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลและธุรกรรมประกันภัย

            และ 6. ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ จากสงครามและความขัดแย้งระหว่างประเทศที่กระทบต้นทุนพลังงาน การขนส่ง ห่วงโซ่อุปทาน และ     ธุรกิจประกันภัยทางทะเลและการบิน ทั้งนี้ ความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทำให้บริษัทประกันภัยจำเป็นต้องมีฐานะการเงินและเงินกองทุนที่มั่นคง มีระบบบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ และสามารถรองรับความเสียหายในวงกว้างได้ โดยไม่กระทบต่อการชำระค่าสินไหมทดแทนและภาระผูกพันต่อผู้เอาประกันภัย

            การเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงของบริษัทประกันภัยเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากหากบริษัทประสบปัญหาด้านฐานะการเงิน อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน บริษัทคู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียในวงกว้าง สำนักงาน คปภ. จึงเดินหน้าปรับปรุงพระราชบัญญัติประกันชีวิตและพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย โดยเฉพาะกฎหมายกลุ่มที่ 2 ว่าด้วยการเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงของบริษัทประกันภัย เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและมาตรฐานสากล ครอบคลุมคุณสมบัติของผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ความเป็นอิสระของบุคลากรวิชาชีพสำคัญ เช่น นักคณิตศาสตร์ประกันภัย การดำรงเงินกองทุนให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง การจัดเก็บและเปิดเผยข้อมูล ตลอดจนมาตรการแทรกแซงเมื่อบริษัทเริ่มประสบปัญหา โดยมีเป้าหมายให้สามารถ “เห็นความเสี่ยงก่อนและเข้าแก้ไขได้ก่อนเกิดความเสียหาย” เพื่อลดผลกระทบต่อ  ผู้เอาประกันภัยและเสถียรภาพของระบบประกันภัยโดยรวม

            นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังมุ่งยกระดับ การบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม (Enterprise Risk Management : ERM) และการประเมินความเสี่ยงและความมั่นคงทางการเงินของบริษัท (Own Risk and Solvency Assessment : ORSA) โดยให้บริษัทประกันภัยเชื่อมโยงการบริหารความเสี่ยงเข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ การบริหารเงินกองทุน และการตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัท พร้อมพัฒนาเครื่องมือ Risk Heatmap เพื่อวิเคราะห์และจัดลำดับความเสี่ยง ตลอดจนแนวทางประเมินระดับความเสี่ยงรวมของบริษัท (Composite Risk Rating : CRR) โดยบูรณาการข้อมูลด้านความเสี่ยง การเงิน และการ     ดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สามารถกำหนดมาตรการกำกับดูแลได้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของแต่ละบริษัท

             ขณะเดียวกัน        ยังให้ความสำคัญกับ การทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ทั้งการประเมินภาพรวมของระบบประกันภัยและความเสี่ยงเฉพาะของแต่ละบริษัท เพื่อทดสอบความเพียงพอของเงินกองทุน (Solvency) และสภาพคล่อง (Liquidity) รวมถึงความพร้อมของมาตรการรองรับภาวะวิกฤต (Management Action) เพื่อให้บริษัทประกันภัยสามารถรักษาเสถียรภาพและปฏิบัติตาม       ภาระผูกพันต่อผู้เอาประกันภัยได้แม้เผชิญสถานการณ์ที่รุนแรง

            เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนระบบประกันภัยไทยไปสู่เป้าหมายตาม แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569–2573) ที่มุ่งสร้างระบบประกันภัยให้มั่นคง แข็งแกร่ง และสามารถรองรับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ รวมถึงภัยขนาดใหญ่ โดยทำหน้าที่เป็น National Risk Buffer หรือกลไกรองรับแรงกระแทกจากความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาระบบข้อมูลและกลไกบริหารจัดการภัยพิบัติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของภาคธุรกิจประกันภัยในการรองรับความเสียหาย บรรเทาผลกระทบ และสนับสนุนการฟื้นตัวของประชาชนและภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

            “ความมั่นคงของบริษัทประกันภัยถือเป็นรากฐานสำคัญของความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัย สำนักงาน คปภ. จึงมุ่งพัฒนากฎหมายและยกระดับการกำกับดูแลเชิงป้องกัน เพื่อให้สามารถมองเห็นและบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างทันท่วงที ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพของบริษัทประกันภัยให้สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันต่อผู้เอาประกันภัย และร่วมขับเคลื่อนระบบประกันภัยไทยให้เป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงของประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย


  • บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต ตระหนักดีว่าวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนในปัจจุบันจะให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทำให้การค้นหาข้อมูลสุขภาพผ่านช่องทางออนไลน์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่หากเป็นการแชร์หรือส่งต่อมาจากแหล่งกำเนิดที่ให้ข้อมูลไม่ถูกต้องก็อาจส่งผลเสียต่อชีวิตและสุขภาพได้
    OCEAN LIFE ไทยสมุทร โดยคุณระวิน มุคขจี (ที่ 2 จากซ้าย) Vice President – Customer Experience Management พร้อมผู้บริหาร จึงได้ร่วมมือกับ คุณเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้ช่วยจัดการอาวุโส กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เชื่อมต่อระบบสารสนเทศ "Persona Health สื่อเฉพาะคุณ" กับ OCEAN CONNECT ผ่าน Platform แอปพลิเคชัน OCEAN CLUB และ LINE OA @OCEANLIFE เพื่อเป็นสื่อกลางให้ลูกค้า และผู้ติดตาม OCEAN LIFE ไทยสมุทร จำนวนกว่า 3 ล้านคน เข้าถึงคลังข้อมูลสุขภาพเฉพาะบุคคล ที่มีการรวบรวมชุดความรู้ คู่มือ และสื่อรณรงค์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของ สสส. กว่า 10,000 ชิ้น ที่ผ่านการคัดกรอง มีความถูกต้องและเชื่อถือได้ นำมาจัดกลุ่ม ให้เหมาะสมกับข้อมูลด้านสุขภาพแต่ละบุคคล เช่น กลุ่มเพศ อายุ ประเด็นสุขภาพ โรคประจำตัว การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย เพื่อนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงตามแนวคิด Healthiverse ที่ต้องการนำคนไทยสู่โลกใหม่ที่ดีขึ้น เพื่อคนรักสุขภาพ
    OCEAN LIFE ไทยสมุทร ตอกย้ำการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยพลังความรัก OCEAN LIFE Love Mindset ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ Love Your Health สนับสนุนให้คนไทยรักสุขภาพ ช่วยคนไทยไม่ให้ป่วย โดยจะส่งเสริมการดูแลสุขภาพครอบคลุมทั้งสุขภาพกายใจ ด้วยการพัฒนา Solution ด้านสุขภาพ ทั้งผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ นวัตกรรมสุขภาพ และบริการต่าง ๆ ครบวงจร พร้อมการวางแผนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
    ร่วมติดตามข่าวสาร และกิจกรรมดีๆ ได้ที่ OCEAN CLUB APP / LINE / Facebook / Instagram / Youtube : oceanlife เว็บไซต์ www.ocean.co.th หรือติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 0 2207 8888
    ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน OCEAN CLUB ได้ที่ https://www.ocean.co.th/download-ocean-club-app
    หรือแอดไลน์ @OCEANLIFE ได้ที่ https://oceanlifeth.co/addline23
  • ทิพยประกันภัย จับมือ กองทุนการออมแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้กับสมาชิกกองทุนฯ ด้านการวางแผนการออมเงินและด้านการวางแผนการประกันภัย

    นางสาวสุภาพ ประดับการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการขายและการตลาด 1 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจด้านการวางแผนการออม และด้านการวางแผนการประกันภัยแก่สมาชิกกองทุนฯ เสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินและการจัดการความเสี่ยงภัยต่างๆ ให้กับสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ ณ กองทุนการออมแห่งชาติ อาคาร เอส เอ็ม ทาวเวอร์
  • ไทยประกันชีวิต จับมือโรงพยาบาลพญาไท 1 จัดสัมมนา “ปลดล็อกสมองเสื่อม ยืดอายุสมอง ถนอมความทรงจำ”

    นายนิติพงษ์ ปรัชญานิมิต รองผู้จัดการใหญ่ และ Chief Marketing Officer บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และนายแพทย์ อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 1 ร่วมเปิดงานสัมมนาหัวข้อ “ปลดล็อกสมองเสื่อม ยืดอายุสมอง ถนอมความทรงจำ” ซึ่งจัดขึ้นเป็นพิเศษสำหรับลูกค้าไทยประกันชีวิตที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่านแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต โดยมี นายแพทย์ วีรชัย ก่ำน้ำผึ้ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาทโรงพยาบาลพญาไท 1 เป็นวิทยากรให้ความรู้ ณ โรงพยาบาลพญาไท 1
    ไทยประกันชีวิตเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่ขยายความคุ้มครองครอบคลุมโรคอัลไซเมอร์ในทุกระยะโดยไม่คิดเบี้ยประกันภัยเพิ่มผ่านสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ “ไทยประกันชีวิต พร้อมเพย์ 108 โรคร้าย” สำหรับผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดแบบประกันเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://product.thailife.com หรือสอบถามตัวแทนฯ ไทยประกันชีวิต หรือโทร. 1124
#1 โดย: นายประหยัดสุขอ้วน [IP: 182.232.77.xxx]
เมื่อ: 2021-07-21 17:49:49
นายประหยัดสุขอ้วน
#2 โดย: ประหยัดสุขอ้วน [IP: 182.232.85.xxx]
เมื่อ: 2021-07-24 16:02:08
นายประหยัดสุขอ้วน
#3 โดย: นายประหยัดสุขอ้วน [IP: 182.232.80.xxx]
เมื่อ: 2021-07-28 13:35:39
นายประหยัดสุขอ้วน
#4 โดย: นายประหยัด [IP: 49.230.178.xxx]
เมื่อ: 2021-08-06 18:05:31
นายประหยัดอ้อนจั่น
#5 โดย: นายประหยัดสุขอ้วน [IP: 182.232.83.xxx]
เมื่อ: 2021-08-29 14:46:08
นายอ้อนจันทร์ประหยัดสุขอ้วน
#6 โดย: นายประหยัด [IP: 182.232.71.xxx]
เมื่อ: 2021-08-30 07:26:06
นายอ้อนพานิชประหยัด
#7 โดย: นายประหยัดสุขอ้วน [IP: 182.232.69.xxx]
เมื่อ: 2021-11-10 09:39:08
นายประหยัดสุขอ้วน789
#8 โดย: ประหยัดสุขอ้วน [IP: 124.122.14.xxx]
เมื่อ: 2021-11-30 14:23:54
นายประหยัดสุขอ้วนอ้อนจันทร์
#9 โดย: นายหัวจั่นฟ้า [IP: 49.230.123.xxx]
เมื่อ: 2022-06-29 23:22:58
นายประหยัดสุขอ้วน๗๘๙
#10 โดย: lxbfYeaa [IP: 45.80.184.xxx]
เมื่อ: 2025-10-03 00:44:10
20

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 2,025,757