Nh-news : ขายตรงไทย ใครปรับตัวได้ก็รอด

           ขงเบ้งชี้ทิศทางธุรกิจขายตรงไทย

            ใครปรับตัวได้มากกว่ากัน!อยู่รอด

            ขงเบ้งขายตรงไทย ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอปอเรชั่น จำกัด (J&C) กล่าวถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจขายตรงว่า สถารการณ์ธุรกิจขายตรงไทย ณ ปัจจุบัน ค่ายใหญ่ขายตรงจะได้เปรียบ เนื่องจากมีความพร้อม ทั้งแพลตฟอร์มพร้อม และเครื่องไม้เครื่องมือที่พร้อม ขณะที่ขายตรงรายเล็กๆอาจจะอยู่ลำบาก

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า การทำธุรกิจขายตรง ณ ปัจจุบัน เปลี่ยนไปแล้ว จะทำแบบเดิม ๆไม่ได้ ประเภทบอกว่า ทำแล้วรวย มีรถ มีบ้าน หรือขายความเชื่อนั้น มันล้าสมัยไปแล้ว  ณ วันนี้ ขายตรงต้องขายความจริง ต้องบอกให้ชัดเจนว่า หากคุณเข้ามาในธุรกิจขายตรงแล้ว คุณต้องทำหน้าที่อะไร บทบาทคุณอยู่ตรงไหน แล้วคุณจะได้อะไร ทุกคนต้องทำงาน ทุกคนต้องรู้บทบาทหน้าที่ ไม่มีใครไม่ทำงานแล้วได้เงิน

            ขายตรงเมื่อก่อน นิยมขายความเชื่อ เหมือนการเล่นหวย พอมีเจ้าแม่เจ้าพ่อมาบอกเลขเด็ด ก็แห่กันเข้าไป ถามว่า ถูกหวยกี่คน ไม่ถูกหวยกี่คน เหมือนการทำธุรกิจขายตรง ที่เน้นขายความเชื่อ คนเข้ามาทำราว 1,000 คน ถามว่า สำเร็จกี่คน ได้บ้าน ได้รถ กี่คน ที่เหลือไปไหน ส่วนใหญ่ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะมัวแต่ขายฝัน เชื่อฝัน ทำให้ภาพคนขายตรงที่ไม่สำเร็จมากกว่าคนทำสำเร็จ ส่งผลให้ความศรัทธาในธุรกิจขายตรงลดลง

            ยิ่งเศรษฐกิจ ณ ปัจจุบัน กับปัญหาโควิด-19 การชักชวนคนยากขึ้น การทำธุรกิจยากขึ้น ชวนคนมาแล้วบอกว่า ทำแล้วรวย ใครจะทำ ใครจะเชื่อ วันนี้ต้องขายความจริงเท่านั้น ธุรกิจขายตรง คือ อะไร เข้ามาแล้วคุณต้องทำหน้าที่อะไร ทำตรงไหน ทำอย่างไร ต้องมีความชัดเจนของการทำงาน และการจะมีรายได้ คุณจะมีรายได้อย่างไร เพราะธุรกิจขายตรงเข้ามาทำ คุณมีรายได้แน่นอน แต่ไม่ใช่มาตามหาฝัน เพราะถูกขายฝัน พอไม่ได้ตามฝันก็โทษขายตรงไม่ดี

            ดร.สมชาย กล่าวอีกว่า บริษัทขายตรงไทยตัวเลขที่ยืนยันว่า ได้มีการจดทะเบียนแล้วกว่า 300 บริษัท เชื่อว่า ในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา บริษัทขายตรงระดับต้นๆ 1-10 ยอดขายไม่ตก ยอดรวมราวกว่า 3 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือยอดรวมกัน ก็ราวกว่า 3 หมื่นล้านบาท ยอดรวมทั้งอุตสาหกรรมกว่า 6 หมื่นล้านบาท ลดลงราว 6% เทียบกับ 6 เดือนแรกของปีก่อน ก็ถือว่าไม่เยอะกับสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ฉะนั้น ความอยู่รอดของธุรกิจขายตรง ณ วันนี้ ก็อยู่ที่ว่า บริษัทใดมีฐานผู้บริโภคมากกว่ากันก็เท่านั้น

            ส่วน 6 เดือนหลัง ดร.สมชายกล่าวว่า ปัจจัยการทำธุรกิจขายตรงยังคงเหมือนเดิม เพราะสถานการณ์ภายนอก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ และโควิด-19 ก็ยังคงดำเนินเป็นปกติแบบเดิม ปีที่แล้ว ควบคุมโควิดได้ หลายบริษัทก็เริ่มพัฒนาธุรกิจ แต่ปีนี้ต้องกลับมามุ่งทำธุรกิจเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด ปีนี้การพัฒนาทางธุรกิจจึงมีน้อยมาก เน้นจะเอาตัวรอดกันอย่างไร วิถีคนอยู่รอดอย่างไร ไม่พัฒนาธุรกิจไปข้างหน้า ฉะนั้นขึ้นอยู่กับว่า ใครปรับตัวได้ ปรับไม่ได้ก็เดินต่อไปไม่ได้ก็เท่านั้น  

            สำหรับผลประกอบการของขายตรง J&C ในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมาว่า ดร.สมชาย กล่าวว่า ยอดขายโดยรวมเติบโตลดลง 3-4 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่อัตราการทำกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีการลดค่าใช้จ่ายคงที่ลง ซึ่งลดลงมา 3 ปีต่อเนื่องกันแล้ว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในส่วนของสาขาทั่วประเทศ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว บริษัทมีสาขากว่า 100 สาขา มีพนักงานกว่า 500 คน ลดลง ณ ปัจจุบันเหลือเพียง 30 สาขา ส่วนที่ขาดหายไป ก็เปลี่ยนสภาพเป็นแฟรนไชส์ บริหารโดยนักธุรกิจของ J&C ซึ่งการลดจำนวนสาขาลง ทำให้บริษัทลดค่าใช้จ่ายกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน เหลือเพียงกว่า 4 ล้านบาทต่อเดือน หรือลดลงกว่า 60 ล้านบาทต่อปี แล้วนำค่าใช้จ่ายที่ลดลงไปกระตุ้นการทำงานของแฟรนไชส์ เพื่อให้เขาบริหารงานอยู่ได้ ซึ่งก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีมาโดยตลอด  .