เครือข่ายออนไลน์ : ของดีเมืองไทย

    เว้าๆๆ!ฟ้าทะลายโจร

   ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19

         กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยืนยันความคืบหน้าของการวิจัยฟ้าทะลายโจรช่วยยับยั้งไวรัสโควิด-19ได้ดีในหลอดทดลอง  

โดยนพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์สำคัญ คือ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน, ต้านไวรัส, ต้านการอักเสบ และ ลดไข้ ซึ่งมีงานวิจัยมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อ 10 ปีก่อนที่มีโรคซาร์สระบาด ประเทศจีนได้ศึกษาวิจัยว่าสามารถต้านไวรัสโคโรนาซาร์สได้ หลังจากนั้นจีนก็ได้พัฒนาฟ้าทะลายโจรเป็นยาฉีดร่วมกับการรักษาโรคโควิด-19

สำหรับประเทศไทย กรมแพทย์แผนไทยฯ ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศึกษาฤทธิ์ของฟ้าทะลายโจรในหลอดทดลองเมื่อเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า ในหลอดทดลองได้ผลดีในการยับยั้งไวรัสโควิด แต่ต้องมาคำนวณว่าระดับของยาที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไร

 กรมฯจึงมีแผนดำเนินงาน 2 เรื่องคือ ศึกษาวิจัยนำร่องผลของยาสารสกัดฟ้าทะลายโจรขนาดสูงต่อผู้ป่วยโรคโควิด-19 ระดับความรุนแรงน้อย ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และองค์การเภสัชกรรม และศึกษาในสถาบันบำราศนราดูร ใช้ระยะเวลา 4 เดือนในการหาคำตอบ จะวิจัยในคนไข้กลุ่มน้อยๆก่อน กลุ่มละ 6 คน กลุ่มแรกใช้ยาสารสกัดที่เป็นระดับสูง 3 เท่าของโดยปกติ ให้ครั้งละ 60 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง รวม 180 มิลลิกรัมต่อวัน กลุ่มสองประมาณ 5 เท่าในการใช้ปกติ ให้ครั้งละ 100 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง นาน 5 วัน และดูผลลัพธ์ว่าคนไข้จะหายหรือไม่ ระยะเวลาเจ็บป่วยเป็นอย่างไร ดูผลในห้องปฏิบัติการ และความรุนแรงของโรค และเภสัชจลศาสตร์

              ดร.สุภาพร ภูมิอมร ผู้อำนวยการสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ทำการทดลองว่า ฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ต้านเชื้อโควิด-19 หรือไม่ จึงวางแผนเป็น 3 การทดลอง คือ 1.นำฟ้าทะลายโจรมาใส่ลงในเซลล์เพาะเลี้ยงที่เป็นเซลล์เป้าหมายที่จะให้ไวรัสติดเชื้อ จากนั้นนำไปอบที่อุณหภูมิ 37 องซาเซลเซียสนาน 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นอุณหภูมิร่างกายปกติ เพื่อให้เซลล์เจริญต่อไปได้ และไม่ทำลายฤทธิ์ของสมุนไพร แล้วใส่ไวรัสเข้าไป และอบอีกครั้งหนึ่งเพื่อดูว่า เซลล์เมื่อได้รับฟ้าทะลายโจรแล้วสามารถชักนำให้สร้างสารที่จะไปยับยั้งการเพิ่มจำนวนไวรัสได้หรือไม่

              2.เอาฟ้าทะลายโจรมาผสมกับไวรัสโควิด-19 โดยตรง แล้วดูว่า หลังจากนั้นเมื่อนำเข้าไปในเซลล์แล้วไวรัสจะเพิ่มจำนวนในเซลล์ได้หรือไม่ คือ ดูกลไกของฟ้าทะลายโจรว่าฆ่าไวรัสได้โดยตรงหรือไม่ และ3. เอาไวรัสเข้าไปในเซลล์เป้าหมายเลย และใส่อาหารเลี้ยงเซลล์ที่ผสมฟ้าทะลายโจร ในระดับความเข้มข้นต่างๆ แล้วดูว่า ฟ้าทะลายโจรมีผลในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนไวรัสในเซลล์หรือไม่

              จากการทดลองทั้ง 3 รูปแบบสามารถสรุปผลได้ว่า การทดลองแบบแรก พบว่า ไวรัสยังสามารถเจริญเพิ่มจำนวนได้ แสดงว่าฟ้าทะลายโจรไม่สามารถไปชักนำให้เซลล์เพาะเลี้ยงหลั่งสารอะไรที่ไปยับยั้งไวรัสในเซลล์ได้ ส่วนแบบที่สองพบว่า ปริมาณเชื้อไวรัสลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยทำการศึกษาสารสำคัญ คือ สารเอนโดนกราโฟไลด์ เห็นได้ชัดว่า ฟ้าทะลายโจรสามารถยับยั้งหรือฆ่าไวรัสได้โดยตรงในหลอดทดลอง และแบบที่ 3 คือ ไวรัสเข้าไปในเซลล์แล้ว การกินพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจร สามารถยับยั้งให้ไวรัสไม่เพิ่มจำนวนในเซลล์ได้

              สรุปว่าการทดลองแบบที่สองและสาม ฟ้าทะลายโจรมีผลในการยับยั้งไวรัสโดยตรง คือ ฆ่าไวรัสโดยตรง และยับยั้งไม่ให้ไวรัสเพิ่มจำนวนในเซลล์ ดังนั้น การที่มีขายฟ้าทะลายโจรในท้องตลาดและแนะนำให้กินฟ้าทะลายโจรก่อนมีการติดเชื้อโควิดอาจจะต้องมีข้อแนะนำ อย่างไรก็ตาม ตรงนี้เป็นการศึกษาทดลองเบื้องต้นในหลอดทดลอง แต่การจะบอกว่า ฟ้าทะลายโจรมีผลต่อคนไข้จริงๆ ก็ต้องมีการศึกษาต่อไป

              ด้าน ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทย กล่าวให้คำแนะนำในการใช้ฟ้าทะลายโจรว่า จากผลการทดลองของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะเห็นว่า วิธีแรก คือ อาจไม่มีฤทธิ์ในการป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ ดังนั้น 1.ไม่ควรกินยาฟ้าทะลายโจรเพื่อหวังผลป้องกันโรคโควิด-19 โดยที่ยังไม่มีอาการ, 2.เมื่อมีอาการคล้ายหวัด ได้แก่ ไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดศีรษะ ควรกินยาฟ้าทะลายโจรทันที และต้องป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่คนใกล้ชิด  จากประสบการณ์ พบว่า ยิ่งกินเร็วยิ่งดี

              3. หากกินยาฟ้าทะลายโจรแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วันให้พบแพทย์, 4.ควรมียาฟ้าทะลายโจรประจำตัวประจำบ้าน หรือปลูกฟ้าทะลายโจรไว้ที่บ้าน และ5.หากมีข้อสงสัยให้สอบถามกรมการแพทย์แผนไทยฯ 0-2149-5678

              "การใช้ยาฟ้าทะลายโจรมี 2 รูปแบบ คือ ยาจากผงฟ้าทะลายโจร ให้รับประทานครั้งละ 4 แคปซูล วันละ 4 ครั้งหลังอาหารและก่อนนอน ได้ปริมาณผงยา 6 พันมิลลิกรัมต่อวัน และยาจากสารสกัดฟ้าทะลายโจร มีแบบบรรจุ 10 มิลลิกรัมต่อแคปซูล และ 20 มิลลิกรัมต่อแคปซูล เพราะฉะนั้นจะต้องกินครั้งละ 2 แคปซูลสำหรับ 10 มิลลิกรัม หรือ 1 แคปซูลสำหรับ 20 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน จะได้ปริมาณแอนโดรกราโฟไลด์ประมาณ 60 มิลลิกรัมต่อวัน" ภญ.อัญชลี กล่าว

           

Visitors: 1,780,185