ขายตรงผีหัวขาด

                 ขายตรงผีหัวขาด

                                      เกือบพันบริษัท//ไม่วางหลักประกัน//ถูกเพิกถอนใบอนุญาต

..........................................................................................................................................................................................................

            ทันทีที่สิ้นเสียงระฆังหมดยก เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา ที่เหล่าบรรดาบริษัทขายตรงและตลาดแบบตรงทั้งหลาย จะต้องวางหลักประกันต่อนายทะเบียนให้เสร็จสิ้น ภายใน 90 วัน นับแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 (ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ประกาศกฎกระทรวงเกี่ยวกับการวางหลักประกันการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2561 มาตรา 38/5 แห่งพระราชบัญญัติ ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 บัญญัติให้ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง ต้องวางหลักประกันต่อนายทะเบียน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 โดยธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงต้องวางเงินหลักประกันตั้งแต่ 5,000-200,000 บาท จากรายได้แต่ละปี พร้อมยกเว้นบุคคลธรรมดาที่มียอดขายไม่เกินปีละ 1,800,000 บาท พร้อมยกเว้นธุรกิจเอสเอ็มอี สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน) ปรากฏว่า ยังมีอีกหลายบริษัทขายตรงและตลาดแบบตรงเกือบพันบริษัทยังไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กลายเป็น ผีหัวขาด หรือบริษัทขายตรงและตลาดแบบตรงที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตไปโดยปริยาย

            ก่อนวางหลักประกัน บริษัทขายตรงและตลาดแบบตรงทั้งหมด จำนวน 1,441 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทขายตรง จำนวน 995 บริษัท และบริษัทที่ดำเนินธุรกิจตลาดแบบตรงอีกจำนวน 446 บริษัท แต่หลังสิ้นสุดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 ปรากฏว่า มีบริษัทขายตรงกว่า 300 บริษัท และบริษัทตลาดแบบตรงกว่า 200 บริษัท เท่านั้นที่วางหลักประกันตามกฎหมาย ที่เหลือกว่า 900 กว่าบริษัท หรือเกือบพันบริษัทกลับ ล่องหน

            แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า บริษัทขายตรงและตลาดแบบตรงกว่า 500 บริษัท ได้วางหลักประกันเรียบร้อยแล้ว รวมเงินวางหลักประกันรวมกว่า 37 ล้านบาท ส่วนที่เหลือกว่า 900 บริษัท ถือเป็นบริษัทขายตรงและตลาดแบบตรงที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตไปโดยปริยาย ไม่สามารถดำเนินธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงได้อีกต่อไป

            หากจะขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงอีก ก็จะกระทำได้ยากลำบาก เนื่องจากกฎหมายบังคับไม่ให้ผู้บริหาร ซึ่งบริหารบริษัทขายตรงและตลาดแบบตรงที่ถูกเพิกถอนในอนุญาตเข้ามาดำเนินการขอจดทะเบียนบริษัทขายตรงและตลาดแบบตรงใหม่ เป็นระยะเวลา 5 ปี และบริษัทขายตรงและตลาดแบบตรงบริษัทใดที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เหตุเพราะไม่วางหลักประกันตามกฎหมาย ก็จะต้องถูกเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายเป็นเงินวันละ 20,000 บาท หากบริษัทยังคงดำเนินธุรกิจอยู่ และปัจจุบันก็ยังมีหลายบริษัทขายตรงและตลาดแบบตรงเจตนากระทำผิดกฎหมายอยู่ จึงขอให้ละเว้นการกระทำ โดยสคบ.ลงพื้นที่ตรวจสอบเข้มทุกบริษัท พบการกระทำความผิด ก็เอาผิดตามกฎหมายทันที

            อย่างไรก็ดี เพื่อประชาชนทั่วไปจะได้ทราบว่า บริษัทขายตรงและตลาดแบบตรงบริษัทใดที่ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้อยู่ หรือได้วางหลักประกันแล้ว และบริษัทขายตรงและตลาดแบบตรงบริษัทใดที่กลายเป็น ผีหัวขาด ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อีกต่อไป เนื่องจากไม่วางหลักประกันตามกฎหมาย จึงต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตไปโดยปริยายนั้น ทางทีมงานของหนังสือ เครือข่าย รายเดือน วิจารณ์ พร้อมที่จะนำข้อมูลหรือรายชื่อของแต่ละบริษัทมาเผยแพร่...รอติดตามฉบับหน้า

            ........................................................

Visitors: 1,780,397