ทวีโชค พูนไชย

Asean Village

ทวีโชค พูนไชย

kumthaiwriting@gmail.com            

ศาสตร์พระราชา

ว่าด้วยเรื่อง “สุวรรณภูมิ”                

                การปักหมุดแดนดิน “สุวรรณภูมิ”ว่าอยู่บนผืนแผ่นดินไทยของพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชนอกจากสะท้อนให้เห็นถึงสายพระเนตรอันกว้างไกลแล้ว ยังถือเป็นพระราโชบายการขับเคลื่อนชาติอันลึกซึ้ง แหลมคม และแยบยลอีกทางหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่ชาติมหาอำนาจในเอเชีย จะหยิบยกเส้นทางสายไหมทางทะเล (Maritime Silk Road) ในอดีตมากระชับสัมพันธ์ทางการค้าผ่านภูมิอารยธรรมดั้งเดิม โดยเฉพาะเส้นทางการค้าในภูมิภาคอาเซียน ผ่านกรอบความร่วมมือ TPP, RCEP, One Belt One Road, BIMTEC, ASEAN และ GMS ซึ่งล้วนแต่มีไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์

สุวรรณภูมิอยู่ตรงไหน?      เรื่องราวเกี่ยวกับดินแดนสุวรรณภูมิในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ยังมีหลากหลายคำถามเกิดขึ้นมากมาย เช่น สุวรรณภูมิมีจริงหรือไม่? มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่? ตั้งอยู่ที่ไหนกันแน่? อีกทั้งประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนต่างกล่าวอ้างว่าเป็นอาณาจักรของตน อย่างเมียนมาร์ตั้งสมมติฐานว่าสุวรรณภูมิน่าจะอยู่บริเวณเมืองพระสิงห์ โดยอ้างอิงจากแผนที่มาตรฐานที่เขียนมานานประมาณ 600-700 ปี เช่นเดียวกับมลายูก็มีแผนที่โบราณเป็นหลักฐานประกอบ แสดงถึงเส้นทางการค้าผ่านไปยังกรีกและโรมัน กระทั่งเมื่อปี พ.. 2538พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชทรงปักหมุดระบุชัดไว้ในแผนที่ซึ่งวาดประกอบในพระราชนิพนธ์เรื่อง “พระมหาชนก” ว่าสุวรรณภูมิหรือแผ่นดินทองตั้งอยู่ที่ประเทศไทยเรานี่เอง

ศาสตร์พระราชาในเรื่องนี้มีคุณค่าอเนกอนันต์ต่อประเทศชาติ ทั้งในบริบททางประวัติศาสตร์ โบราณคดี พุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและภูมิอารยธรรมเส้นทางการค้า ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และในอนาคต

                        พระองค์ทรงกล่าวถึงสุวรรณภูมิไว้ในหนังสือพระมหาชนก หลังจากทรงสดับพระธรรมเทศนาของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วินธมฺมสาโร มหาเถร) วัดราชผาติการาม เรื่องพระมหาชนก ซึ่งเป็นทศชาติที่ 2ของพระพุทธเจ้า เมื่อปี 2520แล้วนั้น ทรงมีพระราชดำริว่าพระมหาชนกชาดก มีคติแจ่มแจ้ง และน่าจะเป็นประโยชน์แก่ชนทุกหมู่ จึงเกิดแรงบันดาลใจพระราชนิพนธ์หนังสือจนแล้วเสร็จในปี 2538ดังกล่าว   และเมื่อสุวรรณภูมิอยู่ในทศชาติที่ 2จนถึงปัจจุบันจะตั้งมานานแล้วกี่ปีก็สามารถเทียบเคียงได้จากอายุของโลกราว 4,500ล้านปี โดยอนุมานว่าทศชาติหนึ่งเท่ากับ 10,000ปี ทศชาติที่สิบ คือ พระเวสสันดร หรือ 100,000ปี ก่อนเริ่มปีพุทธศักราชของพระพุทธเจ้า ที่ล่วงมาถึงปี 2559ดังนั้นจึงอนุมานได้ว่าดินแดนสุวรรณภูมิตั้งมาแล้ว 82,559ปี!

เส้นทางสายไหมทางทะเล แห่งศตวรรษที่ 21

อย่างไรก็ดี การชูนโยบาย  “การพัฒนาความร่วมมือตามเส้นทางสายไหมทางทะเล”หรือ Maritime Silk Road ของประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ประเทศจีน ที่กล่าวอย่างเป็นทางการเมื่อครั้งเยือนประเทศอินโดนีเซียช่วงปลายปี 2556 ว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ หนึ่งเขตเศรษฐกิจสำคัญของเส้นทางสายไหมทางทะเล ซึ่งจีนมีความพร้อมจะให้ความร่วมมือกับอาเซียนในทุกๆด้าน

การที่จีนใช้เรื่องนี้เป็นตัวตั้ง เป้าประสงค์ก็เพื่อจะใช้ประโยชน์จากภูมิอารยธรรมเดิมเข้ามาสู่โลกใหม่ ดังนั้น สี จิ้น ผิง จึงหยิบเอาเรื่องกว่า 3,000 ปีที่แล้วขึ้นมาขายใหม่ เริ่มจากเส้นทางการค้าจากเมืองเซียงจู เมืองเจ้อหลิน เดินทางไปถึงโซเฟีย ทะเลแดง ทะเลดำ เพื่อประกาศความยิ่งใหญ่ ประเทศตลอดเส้นทางก็สร้างความยิ่งใหญ่ร่วมกัน จีนก็ทำการค้าระหว่างทาง เช่น สร้างรถไฟความเร็วสูงหรือสร้างเมือง จึงเท่ากับwin-winทุกฝ่าย

เส้นทางเกรียงไกรสายสุวรรณภูมิ

กล่าวสำหรับวิวัฒนาการเส้นทางสายไหมทางทะเลในภูมิภาค จะมี 2 เส้นทางหลัก คือ มาจากอินเดียและจีน โดยทั้งสองประเทศจะใช้ประโยชน์จากเส้นทาง ในการส่งต่ออารยธรรมและเศรษฐกิจการค้า สะท้อนจากการรับอิทธิพลทางวัฒนธรรม ภาษา และพุทธศาสนาของไทยเรามาจากลังกา เช่นเดียวกับการซึมซับวัฒนธรรมทางการค้า และประเพณีหลายด้านมาจากฟากฝั่งจีน 

กระทั่งปัจจุบัน เส้นทางสายไหมทางทะเลก็ยังคงเป็นเส้นทางสายหลัก ทั้งยังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะในมิติด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนสามารถแบ่งออกได้เป็น เส้นทางสายพุทธ จีน-อินเดีย-ไทย และเส้นทางความร่วมมือทางการค้าสมัยใหม่ จีน-อินเดีย-อาเซียน ก่อให้เกิดการรวมกลุ่มประเทศในภูมิภาค เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในรูปแบบคลัสเตอร์อุตสาหกรรม วัฒนธรรมร่วม และการท่องเที่ยว เป็นต้น

สะท้อนจาก ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership : TPP)ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคของอาเซียน (Regional Comprehensive Economic Partnership : RCEP)ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (Bay of Bengal Initiative Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation : BIMTEC)ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion : GMS) และ ASEAN

ศาสตร์พระราชาเรื่องสุวรรณภูมิมีความลึกล้ำ ซึ่งพระองค์ท่านพระราชทานให้กับประเทศเรามานานกว่า 20 ปี การตีความตามหลักภูมิศาสตร์ ภูมิอารยธรรม เทคโนโลยีและภูมิสารสนเทศ อย่างกระจ่างชัดในทุกมิติแล้วนั้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผู้เกี่ยวข้องในหลายภาคส่วน จะยึดครองความเกรียงไกรบนเส้นทางสายไหมทางทะเลนี้ได้อย่างไร?

                                //////////////////////////////////////////////////////////////////////////

Visitors: 1,780,345