ลานลม

     ฝนกับน้ำ...สองสาวฮอตที่ไม่ชอบส้มตำ

เรื่อง : ลานลม- kumthaiwriting@gmail.com        

        “น้องน้ำ” เป็นชื่อสาวฮอตที่อยู่ในกรุ๊ปแชทไลน์ตั้งแต่หลังปีใหม่

                “น้องฝน” เป็นไอดอลที่เข้ามาเบียดรัศมีแบบคู่คี่สูสีไม่มียอม

                บรรดาเพื่อนหญิงเพื่อนชายเฝ้าคอยรายงานความเคลื่อนไหวของพวกเธอแบบไม่ลดละ ไม่ว่าเธอจะปรากฏตัวที่ไหน ไม่ว่าเธอจะเป็นเช่นใด ไม่ว่าใครจะว่ากล่าวเธออย่างไร

                คืนวันที่ 4 มกราคม ณ ร้านอาหารริมถนนย่านท่าม้า อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เหล่าเพื่อนพ้องที่ไม่ได้พบหน้าค่าตากันมากกว่า 20 ปี ได้มารวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆ หนึ่งนางมีกำหนดกลับกรุงเทพฯราวสามทุ่มครึ่งของคืนนั้น หนึ่งหนุ่มที่ขับรถมาจากภูเก็ตมีภารกิจต้องดำเนินและรีบกลับไปบริหารธุรกิจที่กำลังไปได้สวย หนึ่งหนุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัยมีภารกิจที่สถาบันในวันพรุ่ง อีกหนุ่มหนึ่งนักออกแบบมาช้ากว่าใคร เพราะต้องฝ่าฝนที่ตกหนักมาด้วยสภาพหัวเสีย ขณะที่อีกหนุ่มนักดนตรีอาจจะโชคดีที่ไม่มีภารกิจที่ไหนเลย

                “นานเท่าไหร่แล้ว ที่ไม่ได้มาพบหน้ากันพร้อมๆกัน” นักธุรกิจบอก

                “เออ กูคิดถึงพวกมึงทุกคนแหละ” อาจารย์กล่าวสมทบ

                “ก็อย่ารีบกลับ พรุ่งนี้ไปกินส้มตำกัน กูอยากกินมาหลายวันแล้ว” นักดนตรีพูดลอยๆ

                “ได้เลย เดี๋ยวกูเสร็จธุระกูเข้ามาหาเย็นๆ” และแล้วทุกท่านก็นัดกันเป็นที่เสร็จสรรพ เหลือนางหนึ่งที่ยังลังเล ลึกๆก็อยากจะอยู่ต่อเลยได้ไหม แต่อีกใจก็ไม่เอาน่า เปลืองเงินเปลืองทองเปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน  จึงได้แต่กล่าวลาจากด้วยจำยอม

                พวกเราสนิทสนมกันตั้งแต่ชั้น ปวช. ก่อนจะแยกย้ายกันไปศึกษาและดำเนินชีวิตของตัวเอง ได้เบอร์โทรศัพท์กันอีกทีก็ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ ไม่เคยมีงานเลี้ยงรุ่น ไม่มีการรวมกลุ่มกันแบบจริงจัง ใครสะดวกเจอใครก็ไปหากันเป็นการส่วนตัว และด้วยความที่ไม่ช่างเจรจากันมากนัก จึงไม่เคยมีไลน์กลุ่มมาจนถึงวันนั้น

                “ทำไมพวกเราไม่ทำไลน์กลุ่มวะ ใครทำสิ กูทำไม่เป็นว่ะ” นักธุรกิจปิ๊งไอเดีย

                “เออเนอะ” หญิงนางเดียวบอกไปแบบนั้น แล้วก็ลงมือจิ้มๆๆ Invite อย่างง่ายดายได้มาสิบกว่าราย กลายเป็นกรุ๊ปเล็กๆ ที่กว่า 20 ปีที่ผ่านมาไม่ได้รู้สึกว่าห่างหายกันไปไหน แค่ไม่ค่อยได้เจอหน้าค่าตา บ้างก็มี Facebook คอยให้ติดตามอัพเดทไลฟ์สไตล์พอได้หายคิดถึง

                สร้างกรุ๊ปไลน์ทิ้งไว้ นางก็เดินจากมา ทิ้งไว้แค่คำว่า แล้วจะกลับมาใหม่….เมื่อไหร่ อีกไม่รู้

                นับตั้งแต่นาทีนั้น น้องน้ำและน้องฝน ก็เริ่มเข้ามาสอดแทรกในกลุ่มของพวกเรา

                น้องน้ำและน้องฝนเข้าไปป่วนทุกที่ ไม่เป็นอันหลับอันนอน ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม ที่น้องฝนเริ่มแผลงฤทธิ์หนักทั้งวันทั้งคืน

                “เก็บของเถอะมึง น้องน้ำมาแล้ว”

                “กูดูก่อน เพิ่งปริ่มฟุตบาทอยู่เลย”  นั่นคือคำท้ายๆ ก่อนที่หนุ่มนักดนตรีจะหายไปจากไลน์พักใหญ่ เพราะน้ำท่วมครั้งนี้ มาแรงและมาเร็ว ตกค่ำของอีกวัน หนุ่มนักดนตรีก็ตะกายขึ้นไปอยู่ชั้น 2 ของบ้าน พร้อมภาพเฟอร์นิเจอร์ลอยคอเป็นหลักฐานมัดพยานผู้บุกรุก

                “กูเพิ่งไปเอาวัวขึ้นมา” หนุ่มนักดนตรีบอก

                “หมากูชื่อวัว กูลงไปพบเกาะตู้เย็นลอยอยู่ชั้นล่าง ต้องพาใส่โคม (กะละมัง) ลอยออกมา”

                ไม่ทันไร ภาพความเคลื่อนไหวของน้องน้ำในอริยบทต่างๆ ก็ถูกส่งมาจากหลากสารทิศ เพื่อนจากอีกที่ จะเข้าไปส่งเสบียงเพื่อนที่ท่วมหนักกว่า ก็ไม่อาจทำได้แล้วในตอนนั้น ผู้ใหญ่บางคนถึงกับบอกว่า นี่มันเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมที่หนักเหมือนสมัยปี 2517 ซึ่งเราเองก็ไม่อาจจะนึกออกว่ามันหนักขนาดไหน

                ทุกคนได้ทราบข่าวคราวของสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ พร้อมความห่วงใยและน้ำใจไหลมาตามสายธาร ซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็มีความรุนแรงแตกต่างกันไป แต่ขึ้นชื่อว่าน้ำท่วมหรือแค่น้ำขัง มันก็สร้างอุปสรรคในการดำเนินชีวิตให้กับทุกคนแล้ว ยิ่งน้ำท่วมครั้งนี้ มีระลอก 1 ระลอก 2 จึงทำเอาปั่นป่วนไปเสียหมด

                เรื่องของน้องน้ำและน้องฝน จึงเป็นประเด็นสนทนาอันดับ 1 ของต้นปีใหม่นี้ แต่เรื่องที่ทำให้ทุกคนยังยิ้มได้คือ เรื่องของน้ำใจ ทุกช่องทางการสื่อสารเต็มไปด้วยพลังแห่งความห่วงใยที่จะช่วยส่งต่อไปยังผู้ประสบภัย

                โดยเฉพาะกรุ๊ปไลน์น้องใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น นับเป็นช่องทางการสื่อสารที่เข้าถึงสถานการณ์ในพื้นที่ได้โดยตรง และส่วนใหญ่ก็เชื่อถือได้มากกว่า ข้อมูลที่ส่งต่อๆกันมาในกรุ๊ปอื่นๆ

                น้องน้ำกับน้องฝน นับเป็นสองสาวฮอตที่ได้รับการกล่าวถึงเป็นอันดับต้นๆในช่วงต้นปี 2560 หลังจากนั้นก็มีชื่อของ “ถุงยังชีพ” อัศวินขี่ม้าขาวลอยมากับเรือท้องแบน  ที่ค่อยๆ แว่วมาและ ส่งเสียงดังขึ้นเป็นระยะๆ

                อัศวิน “ถุงยังชีพ” อยู่ในทุกสถานการณ์ความเดือดร้อน โดยเฉพาะอุทกภัยซึ่งเป็นภัยธรรมชาติหลักๆ ของเมืองไทย ภายในถุงยังชีพ มีอาหารและของใช้ในการดำเนินชีวิตเบื้องต้น อย่าง อาหารกระป๋อง น้ำดื่ม บะหมี่สำเร็จรูป ไฟฉาย เทียนไข ฯลฯ

ในนามของผู้ที่ไม่เคยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และไม่เคยใช้ชีวิตกับถุงยังชีพ รวมทั้งยังมีการเก็บข้อมูลที่ไม่กว้างหรือลึกพอ จึงไม่อาจจะฟันธงได้ว่า สิ่งของที่อยู่ในถุงยังชีพปัจจุบัน เหมาะสมหรือไม่อย่างไร หรือควรจะมีอะไรที่ดีกว่านั้น

                แต่หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจคือ การออกแบบอาหารสำเร็จรูปสำหรับการยังชีพ ที่สามารถกินได้ง่ายๆ ลักษณะคล้ายๆกับอาหารแท่งที่ให้พลังงาน (Energy Bar) หรือกลุ่ม Ready to Eat (MRE) ที่ใช้กับทหาร ซึ่งถือเป็นทางของบ้านเรา ที่พรั่งพร้อมไปด้วยวัตถุดิบ หากออกแบบมาได้ดี ก็มีโอกาสทั้งการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ที่เห็นมีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันก็เป็นพวกธัญพืชอบแห้ง

แต่เมื่อถึงเวลาการจัดเตรียมถุงยังชีพจริงๆ ก็ยังไม่มีใครเอาอาหารเหล่านี้เข้ามาใส่ในถุงยังชีพ อาจเป็นเพราะความเคยชิน และการซื้อง่ายขายคล่องของสินค้ายังชีพรูปแบบเดิมๆ ซึ่งผ่านไปกี่ยุคสมัย ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น

                ปัจจุบันตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีมูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ตลาดปลากระป๋องมูลค่าราว 7 พันล้านบาท สองตลาดนี้เป็นสินค้าหลักในยามวิกฤติ ทั้งวิกฤติทางธรรมชาติและวิกฤติเศรษฐกิจเลยก็ว่าได้  เพราะนอกจากจะตอบโจทย์ทางด้านราคา รสชาติ ความสะดวกในการซื้อหาแล้ว ยังกลายเป็นวิถีนิยมที่ถ่ายทอดกันมาแบบรุ่นสู่รุ่น โดยไม่รู้ตัว

เรื่องของน้ำท่วม ซึ่งมีทั้งเรื่องของน้องฝน น้องน้ำ ให้ศึกษากันอีกมากมายนัก ขณะที่ผู้ช่วยยามยากอย่างถุงยังชีพ ก็เป็นประเด็นที่ไม่น่ามองข้ามเช่นกัน

                “ขอรสต้มยำนะ” นักดนตรีผู้ประสบภัยแจ้งมาในไลน์กรุ๊ปในวันที่เขายังติดอยู่กับวัวบนชั้นสอง ขณะที่เพื่อนอาจารย์คนดีศรีนครพยายามทยอยความช่วยเหลือเข้าไปให้ถึงให้ได้ โชคดีว่าพื้นที่ในเมืองนครศรีธรรมราช มีปริมาณน้ำที่ท่วมขังไม่นานนัก มีเพียงบางพื้นที่อย่างบ้านของเพื่อนนักดนตรีซึ่งน้องน้ำและน้องฝนอาจจะเห็นเขาอยู่ว่างๆ จึงเข้าไปป้วนเปี้ยนอยู่นานกว่าใครเขา

                เมื่อความช่วยเหลือหลั่งไหลเข้ามา ทุกคนก็ปรบมือเฮ และวันนี้ระลอกสองของสถานการณ์น้ำก็ได้ผ่านไปแล้ว ค่ำคืนที่มีแต่คำว่า น้องฝนและน้องน้ำเริ่มบางเบาลงไป ไม่ต้องร่วมลุ้นกันแทบขาดใจเหมือนช่วงต้นปี

                “ออกมากินอะไรกันไหม” เมื่อน้ำท่วมผ่านไป เสียงพรรคพวกในละแวกเดียวกันเริ่มชักชวนไปฮาเฮกันอีกแล้ว

                “ไปได้ แต่ดึกไม่ได้แล้วนะ อ้างน้องน้ำน้องฝนไม่ได้แล้ว” หนุ่มหนึ่งยังไม่ลืมเธอทั้งสอง เพราะคงช่วยยืดวีซ่าท่องราตรีเอาไว้ได้พอควรในช่วงก่อนหน้านี้

                “อยากกินส้มตำ ตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม ยังไม่ได้กินเลย” หนุ่มนักดนตรีผู้มีเวลาว่างและหลงใหลบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำกล่าวเป็นเชิงตัดพ้อ

                “อย่าพูดถึงส้มตำอีกเลยนะ ขอร้อง ล้างบ้านสองรอบแล้ว” ข้อความยอกย้อนสวนมาโดยพลัน

                นึกในใจว่าโชคดีที่วันนั้นไม่ตัดสินใจเปลี่ยนไฟล์ทกลับกรุงเทพฯ ไม่เช่นนั้นหากอยู่ต่ออีกวัน คงได้นอนลอยคอกับเจ้าวัวเป็นแน่ อย่าว่าแต่ส้มตำเลย ช่วงโกลาหลนั้นรสต้มยำอาจจะไม่มีให้เลือกด้วยซ้ำไป

                แด่น้องน้ำและน้องฝนที่รักจนไม่อาจเลือกใครได้ อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน หากพวกเธอไม่ล้นจนเกินรับไหว

 

 


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 1,780,397